January 22
~** เวลา และ เศษความทรงจำ **~
...เวลาที่ผ่านมาไม่นาน ที่ผ่านไปแล้วนั้น เหลือทิ้งไว้แค่ "เศษของความทรงจำ"
ที่ยังคงเหลือ "ร่องรอยของความรู้สึก" เอาไว้
ร่องรอยของความทรงจำที่เจ็บปวดรวดร้าว ที่ยังคงฝังอยู่ใน "หัวใจ"
เศษของความทรงจำ ที่หอมหวาน ที่ติดแน่นอยู่ในทุกอณูของร่างกาย...
...จนเมื่อเวลาได้พัดพาความทรงจำนั้นกลับมาอีกครั้ง
ใครเล่า จะไม่คิดถึงความรู้สึกที่ยังเหลืออยู่
ใครเล่า ที่จะไม่คิดถึงความหอมหวาน และความขม ที่ยังหลงอยู่ ...
และแล้ว...ความทรงจำที่เพิ่งจะกลับมา อาจจะอยู่กับเราได้ไม่นาน
เพราะมันอาจจะกลับมาเพื่อย้ำเตือนเราให้นึกถึงสิ่งเก่าๆ ที่แล้วมา
แต่ถ้าเราหลงติดกับ เผลอไผลไปคิดว่า ความทรงจำนั้นจะกลับมาหาเราอีกครั้ง
เราอาจจะเจ็บ จนเหลือแค่เพียง...เสียงคร่ำครวญและรอยน้ำตา
ไว้บอกให้รู้ว่า เราไม่ควรหลงไปกับความทรงจำเก่าๆ เลย
...แล้วเวลาจะช่วยทำให้ความทรงจำนั้นจางหายไปจนเหลือแค่เศษเสี้ยวได้หรือเปล่า?...
...เวลา ไม่อาจย้อนคืน วารีไม่อาจย้อนกลับ วาโยไม่อาจย้อนทวนพัดหวน
"ความทรงจำ" ก็ยังคงเป็นเพียงแค่ความทรงจำตลอดไป...
ไม่อาจเป็นจริงเหมือนเดิมได้ทุกประการ คล้ายกับประวัติศาสตร์ ที่ไม่อาจซ้ำรอย
เพียงแต่เรา...กระทำซ้ำรอยประวัติศาสตร์เท่านั้น
..."เวลาและเศษของความทรงจำ" จึงเป็นของคู่กัน
ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ความทรงจำของคนเรายิ่งเลือนหายไปมากเท่านั้น
อาจจะไม่ได้เลือนหายไปทั้งหมด
แต่เราคงไม่อาจจะจำทุกรายละเอียด ของทุกวินาทีของสิ่งที่อยู่ในความทรงจำได้
...แม้จะเป็นเพียงเศษของความทรงจำ...
แต่คนเราก็พอใจที่เวลาทำให้เรามีสิ่งนั้น และไม่พรากจากความทรงจำไป...
January 11
** ความรัก กับ หนังสือ **
เค้าว่ากันว่า... อ่านหนังสือสักเล่มต้องใช้เวลา
เช่นเดียวกัน เราคงไม่รู้จักใครสักคนได้ดีตั้งแต่วันแรก
เค้าว่ากันว่า... อย่าตัดสินหนังสือดีๆ แค่ปกมันสวย
เช่นเดียวกัน คนหน้าตาดี อาจจะไม่ใช่คนดีเสมอไป
เค้าว่ากันว่า... คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเลย
ก็ใช่ว่าจะมีหนังสือเล่มแรกในชีวิตที่ชอบไม่ได้
เช่นเดียวกัน คนที่เราไม่คิดจะอยากรู้จัก อาจจะเป็นคนที่ดีที่สุดในชีวิตของเราก็ได้
เค้าว่ากันว่า... การชอบหนังสือสักเล่ม
ไม่ได้หมายความว่า หนังสือเล่มนั้น เนื้อหาดีทุกหน้า
เช่นเดียวกัน การรู้สึกดีกับใครสักคน ไม่จำเป็นว่าเขาต้องไม่มีข้อเสียอะไรเลย
เค้าว่ากันว่า... อย่ารู้สึกเสียดายเวลา
กับการอ่านหนังสือบางเล่มจนจบ แล้วพบว่าเป็นหนังสือที่ไม่ชอบ
เช่นเดียวกัน จงรู้สึกดี กับการใช้เวลากับใครสักคนหนึ่งอย่างเต็มที่
แม้ว่าวันหนึ่งจะรู้ว่า เค้าคนนั้นไม่ใช่เลยสักนิด
เพราะอย่างน้อย ต่อจากนี้ไป...
** เราจะได้เลือกทางที่ถูก และ คนที่ใช่...สักที **
January 07
^o^ เวลา กับ นาฬิกา แตกต่าง แต่เติมเต็ม ^o^
แปลกมั๊ย...ใครๆ ก็คิดว่า เวลากับนาฬิกาเป็นสิ่งที่คู่กันเสมอ
จริงๆ แล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นซักหน่อย
เวลา... เดินไปข้างหน้า : นาฬิกา.. เดินอยู่ที่เก่า
เวลา.. เราไม่อาจย้อนกลับ : นาฬิกา.. เราหมุนย้อนมันได้
เวลา.. เมื่อสูญเสียไปแล้วไม่อาจเรียกร้องคืน : นาฬิกา.. เสียก็ซ่อม หรือซื้อใหม่ไปเลย
เวลา.. ได้มาฟรีๆ ไม่ต้องแลกกับอะไร : นาฬิกา.. ยิ่งสวยยิ่งแพง ใช้เงินซื้อมันมาทั้งนั้น
แล้วอย่างนี้ มันจะคู่กันได้ยังไง ในเมื่อมันแตกต่างกันเหลือเกิน
แต่ถามหน่อย.. ถ้าไม่มีนาฬิกา จะรู้เวลามั๊ย?
หรือถ้ามีแต่นาฬิกา แต่ไม่รู้จักเวลา จะมีประโยชน์อะไร?
ถึง 2 สิ่งจะแตกต่างกัน แต่ถ้ามันจะคู่กันแล้ว
ย่อมมีจุดร่วมกันเสมอ เพียงแต่จะมองเห็นมันรึป่าว
ฉันกับเค้า.. อาจไม่มีอะไรเหมือนกัน
ฉันกับเค้า.. มีความคิด และวิถีชีวิตที่ต่างกัน
ฉันกับเค้า.. อาจเดินกันคนละเส้นทาง
ฉันกับเค้า.. อาจมีความฝันที่ห่างไกลกัน
ฉัน.. อาจเหมือนกับเวลา ที่ชอบเดินไปข้างหน้า
เค้า.. อาจเหมือนกับนาฬิกา ที่ยังเป็นแบบเดิมๆ
ใช้ชีวิตและทำหน้าที่ในแบบที่เค้าเป็น ในมุมเก่าๆ
ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย.. ถ้าฉันยังดึงดันจะมองแต่ข้างหน้า
ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย.. ถ้าฉันไม่มองไปข้างหลัง
เค้ายังไม่เห็นฉัน.. เพราะเขายังอยู่แบบเดิมๆ
เค้ายังไม่เห็นฉัน.. เพราะเขายังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเขาไป
แต่ฉันยังเฝ้ามอง...เฝ้ารอ...
ความแตกต่าง อาจสร้างกำแพงบังเค้าไว้
แต่ฉันยังเชื่อมั่น ว่าซักวัน สิ่งนั้นนั่นแหละที่จะเชื่อมโยงใจเราเข้าหากัน
ความแตกต่าง จะเติมเต็มส่วนที่เราขาดหาย
และสุดท้าย ก็จะเหลือเพียงแค่คำว่า... ** กันและกัน **
เหมือนกับ "เวลา" กับ "นาฬิกา" ที่ยัง "คู่กันเสมอมา และตลอดไป"